แค่มี เว็บไซต์ เพิ่มขึ้นมา มันจะช่วยให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจริงๆ เหรอ

1990
แบ่งปัน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ การที่เรามี เว็บไซต์ เพิ่มขึ้นมาให้กับธุรกิจของเรา จะช่วยเพิ่มยอดขายสินค้า และบริการให้ดีขึ้น อย่างเห็นผลได้ชัดเจน ลองพิจารณากันดูง่ายๆ นะครับ ทุกวันนี้ พ่อค้า แม่ค้าส่วนใหญ่ เน้นการขายของทางไหนครับ? คำตอบก็คือ Facebook (มากถึง 90%) ส่วนทาง LINE (อีก 10%) เรียกได้ว่า พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ขยันเปิดร้านแข่งขันกันใน Facebook อย่างเดียวเลย วันๆ นึง ไม่ทำอะไร เอาแต่โพสต์ขายของ หรือถ้าเจ้าไหน มีทุนหนาหน่อย ก็ยอมเสียเงินซื้อโฆษณากับทาง Facebook เลยง่ายดี ซึ่งมันก็แค่ทำให้คนเห็นโฆษณาของคุณเท่านั้น แต่มันไม่ได้เป็นตัวการันตีเลยว่า คุณจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นได้จริงๆ เพราะการที่คุณจะขายได้ดีขึ้นหรือไม่นั้น มันอยู่ที่ 1. ความน่าเชื่อถือ และ 2. กลยุทธ์ทางการตลาด ว่ามันเร้าใจลูกค้าขนาดไหน ผมไม่ได้กำลังจะมาดูถูกพลังของโซเชียลมีเดียนะครับ Facebook มีพลังในการเข้าถึงลูกค้ามากๆ แต่อย่าลืมว่า มันเป็นโซเชียลมีเดีย ที่ใครๆ ก็ทำเพจปลอมขึ้นมาได้ และเป็นเพียงเครื่องมือที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน สำหรับความน่าเชื่อถือนั้น ยังถือว่าน้อยมากๆ แม้ผู้ขายจะลงชื่อ เบอร์โทร รูปถ่าย หรืออะไรก็ตาม ชัดเจนแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือได้มากพอ ที่จะทำให้ลูกค้าหน้าใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารู้จักสินค้าของคุณ ตัดสินใจซื้อได้ทันที

แค่มี เว็บไซต์ เพิ่มยอดขาย

เพราะเราทุกคนก็มีบัญชี Facebook เหมือนกัน สมัครได้ง่ายซะด้วย และมันก็ไม่ได้มีการจำกัดจำนวนว่า คน 1 คน ต้องมี Facebook เพียง 1 บัญชีเท่านั้น แถมในขั้นตอนการลงทะเบียน ก็แค่ใช้ หมายเลขโทรศัพท์ กับอีเมลเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย ยิ่งถ้าเป็นแฟนเพจแล้ว ยิ่งปลอมกันได้ง่ายมากๆ เข้าไปอีก ถ้าเรามาดูในปัจจัยที่จะทำให้คุณขายของได้หรือไม่ จะพบว่า ในข้อที่ 1 คือเรื่องของความน่าเชื่อถือนั้น Facebook ไม่ตอบโจทย์ในข้อนี้ จึงเป็นที่มา ของการต้องมี เว็บไซต์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แบบ 100% เพิ่มเข้ามาแทนที่

ทำไม เว็บไซต์ ถึงดูน่าเชื่อถือ?

เพราะการจะ ทำเว็บไซต์ ขึ้นมานั้น ต้องมีการซื้อโดเมน และเช่าพื้นที่ทำเว็บไซต์ โดยในขั้นตอนนั้น ต้องมีการใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง (แต่ก็อาจจะปลอมได้) และบัตรเครดิต หรือการโอนเงินผ่านบัญชี ซึ่งการใช้บัตรเครดิต จ่ายค่าโดเมน หรือโอนเงินเข้าธนาคารนั้น เป็นอะไรที่ปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฏหมายไม่ได้เลย นี่เป็นการการันตีอย่างหนึ่ง มีเจ้าของเว็บนี้ มีตัวตนจริง พิสูจน์ตัวตนได้ว่าใครเป็นเจ้าของเว็บ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ลูกค้า หรือว่าใครก็ตาม ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ มั่นใจ และเชื่อใจได้ 100% เลยว่า เว็บไซต์ นี้ เจ้าของมีตัวตนจริง ตามตัวเจ้าของ ฟ้องร้อง และดำเนินคดีได้ ถ้าหากถูกโกง ก็คือ การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับทาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้ว ในบทความ ทำเว็บขายสินค้าออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ฯ ซึ่งเมื่อทางเจ้าของธุรกิจ ทำการจดทะเบียน และยืนยันกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว จะได้รับสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนมาไว้ให้ ทำให้ลูกค้า มั่นใจได้ 100% ว่าบริษัทนี้ หรือเว็บไซต์นี้ มีตัวตนจริง และได้ทำการจดทะเบียนเอาไว้กับหน่วยงานราชการแล้ว หากมีการโกงใดๆ เกิดขึ้น สามารถตามตัวมาดำเนินคดี ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ (แต่ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีเรื่องหรอกครับ)

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ทำไมจ้าง AppTep.com ทำเว็บไซต์ ราคาถูกกว่าที่อื่นหลายเท่า เว็บสวยหรือเปล่า?

แค่นี้ก็สามารถทำให้ เว็บไซต์ ตอบโจทย์ในเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ ได้แล้ว

สำหรับกลยุทธ์ในการขายของ ก็ไม่ยากครับ แค่จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ให้มันโหดๆ โดนใจลูกค้า แค่นี้ก็ขายของได้ดีขึ้นแล้วครับ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ มักจะเน้นไปที่ การทำกำไรต่อชิ้น ให้มากๆ เข้าไว้ โดยไม่สนปริมาณการขาย ซึ่งนั่น ถือว่าผิดหลักครับ ที่ถูกต้องคือ

ต้องทำกำไรต่อชิ้น ให้น้อยๆ ยิ่งน้อยที่สุดได้ ยิ่งดี แต่ไปเน้นที่ปริมาณของสินค้าที่ขายได้ เพราะเมื่อมารวมๆ กันแล้ว จะได้ผลกำไรเยอะมาก รวมทั้งเป็นการโปรโมทธุรกิจไปในเวลาเดียวกันด้วย

การมี เว็บไซต์ จะช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร?

  1. ความมีตัวตน เพราะการจะมี เว็บไซต์ ต้องทำการจดโดเมน ยิ่งถ้าเป็น โดเมน .co.th ด้วยแล้ว ถือว่ามีความน่าเชื่อถือที่สุด เพราะการจะจดโดเมนเป็น .co.th ได้นั้น ต้องมีการจดทะเบียนบริษัท กับกระทรวงพาณิชย์ เอาไว้ก่อนแล้ว จึงจะสามารถจดโดเมนนามสกุล .co.th ได้ เป็นการแสดงถึงการมีตัวตนในโลกออนไลน์ ได้อย่างแท้จริง
  2. ความน่าเชื่อถือ อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้ว ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ มีความน่าเชื่อถือ มากกว่า เพจบน Facebook แน่นอน ยกเว้น เว็บไซต์ ที่สร้างจาก Blogger เว็บเหล่านี้ (ที่มีชื่อ อะไรก็ตาม แล้วตามด้วย .blogspot.com) ผมจะแนะนำเลยว่า ให้ทุกท่าน จงหลีกให้ห่างเว็บเหล่านี้เอาไว้ เพราะมันเป็นเว็บฟรี ที่ใครๆ ก็สามารถทำขึ้นมาได้ ไม่มีการจดทะเบียนใดๆ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่มิจฉาชีพ มักจะนำมาทำเว็บไซต์ เพื่อหลอกลวง ระวังกันเอาไว้ให้ดี ถ้าเห็นมีนามสกุลแบบนี้ อย่าเชื่อถือเป็นอันขาด
    • การมีเว็บไซต์ จะช่วยยืนยันตัวตน ในโลกออนไลน์ ได้ดีกว่า หน้าเพจบน Facebook ผมแนะนำว่า ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรานะครับ ถ้าเราจะซื้อของ หรือใช้บริการจากที่ใดสักที่หนึ่ง เราจะเริ่มต้นค้นหาสินค้านั้นๆ ที่เราต้องการ จากที่ไหนครับ? Google หรือ Facebook ? คนส่วนใหญ่ จะพิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการ ใน Google เพื่อค้นหา พอเจอเว็บไซต์แล้ว ก็จะหาจาก เว็บไซต์ แล้วค่อยไปดูใน Facebook ของกิจการนั้นๆ หรือจะเริ่มดูจาก Facebook ของกิจการนั้นๆ แล้วมาดูที่เว็บไซต์หลักอีกที แต่ไม่ว่าจะดูจากไหนก่อนก็ตาม จะเห็นว่า มันเป็นเรื่องจำเป็น ที่กิจการ จะต้องมีทั้ง เว็บไซต์ และ Facebook เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจให้กับลูกค้า – ทุกวันนี้ มีใครบ้างครับ ที่ดูสินค้าจาก Facebook แล้วตัดสินใจ โอนเงินไปซื้อของเลย – เรามักจะเห็นจากข่าวรายวัน เรื่องของการโกง โอนเงินให้คนขายแล้วหายกันเยอะมากเลยนะครับ ซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะใช้ Facebook เป็นหลักในการทำมาหากิน เพราะสร้างเพจง่าย ปิดเพจหนีง่าย และตามจับยาก
  3. ความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า เพราะเว็บไซต์ ที่ขายของออนไลน์ จะมีฟังก์ชั่นในการค้นหาสินค้า ทำให้ไม่ต้องยุ่งยาก มาเลื่อนหาสินค้าที่ต้องการ เหมือนที่ต้องทำในหน้าไทม์ไลน์บน Facebook ที่ต้องเลื่อนๆ ขึ้นไปไม่มีที่สิ้นสุด กว่าจะหาสินค้าที่ต้องการเจอสักชิ้นหนึ่ง เล่นเอานานเลยทีเดียว ถ้าโชคไม่ดี 3G หรือเน็ต WiFi หลุด ก็ต้องกลับมาเริ่มใหม่อีก ไม่สะดวกเอาซะเลย ต่างจากเว็บไซต์ ที่มีการจัดหมวดหมู่ของสินค้าอย่างชัดเจน มีการระบุด้วยว่า ยังมีสินค้าในสต็อกหรือไม่ และที่สำคัญ เว็บขายสินค้าออนไลน์ ไม่มีวันปิด มันทำงานตลอดเวลา 24 ชม. ลูกค้าจะเข้ามาดูสินค้าในเว็บ ตอนไหนก็ได้ จะสั่งซื้อสินค้า ตอนไหนก็ได้ ซึ่งในปัจจุบัน กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  4. ติดอันดับผลการค้นหาใน Google ได้เร็ว ทำให้มีคนเข้ามาในเว็บไซต์ จากการค้นหาทาง Google เยอะขึ้น มีลูกค้าเยอะขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องทำการโปรโมทใดๆ ให้เสียเงินเลย แค่ทำ SEO เป็น ก็สามารถทำให้สินค้าในเว็บของเรา ติดหน้าแรก Google ได้แล้ว
เรื่องเด็ดห้ามพลาด  มีเว็บเก่า แต่ไม่แสดงผลรองรับจอมือถือ ควรทำใหม่ หรือแก้ไขปรับปรุงดี?

การมี เว็บไซต์ สำหรับธุรกิจของคุณนั้น จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ที่สะดวกที่สุดให้กับลูกค้า ส่วนบริการทาง Facebook หรือ โซเชียลมีเดียอื่นๆ นั้น เป็นการ “บริการเสริม” หรือ Service ก่อนและหลังการขาย จะดีที่สุด รวมทั้งเป็นสื่อกลาง ที่จะดึงลูกค้าให้มารู้จักกับธุรกิจของคุณ

เว็บไซต์ กับ Facebook เป็นสิ่งที่ต้องคู่กัน จะแยกออกจากกันไม่ได้ มีเว็บไซต์ ก็ต้องมี Facebook หรือถ้ามี เฟสบุ๊ค ก็ต้องมีเว็บไซต์

ยืนยันอีกครั้งว่า การมีเว็บไซต์ ที่มีคุณภาพ มีเนื้อหาดี มีหน้าตาที่สวย ดึงดูดใจ และมีการอัพเดตอยู่สม่ำเสมอ ย่อมจะช่วยทำให้คุณ มียอดขายเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแต่ต้องใช้ความขยัน และเวลาบ้างเล็กน้อย แต่ผลที่ได้ รับรองว่าคุ้มค่าครับ เพราะมันจะยั่งยืน และมั่นคง กว่าการซื้อโฆษณาแน่นอนครับ สำหรับท่านใดที่มีปัญหา ยังไม่มีเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจ หรือมีเว็บไซต์ อยู่แล้ว แต่เป็นเว็บแบบเก่า ที่เขียนขึ้นด้วย โปรแกรม Dreamweaver (ซึ่งส่วนใหญ่ ไม่รองรับการแสดงผลในมือถือ และแท็บเล็ต) หากต้องการมีเว็บไซต์ หรือปรับปรุงเว็บไซต์ ทาง AppTep.com เรา ยินดีให้ความช่วยเหลือ ในราคาที่เหมาะสมนะครับ แนะนำว่าให้ปรึกษาพูดคุยกันก่อนได้ครับ ทุกปัญหา มีทางออกเสมอครับ และไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Passive income คืออะไรกันแน่เห็นพูดกันจัง

ภาพจาก Freepik